วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ท่องเที่ยวดูไบ

นับจากโรงแรม 7 ดาว Burj Al Arab ถูกสร้างขี้นตามลักษณะเรือสำเภาท้องถิ่นที่เรียกว่า เดาว์ (Dhow) แล้วเสร็จ มาจนถึงโครงการ The Palm หมู่เกาะรูปต้นปาล์ม ที่สร้างความตื่นตะลึงและการตอบรับจากเศรษฐีน้ำมัน และดาราฮอลลีวู้ดที่เข้าจับจองที่พัก บรรยากาศพิเศษแบบเกาะส่วนตัวจนเต็มในพริบตา ยังมีตึกสูงทำลายสถิติโลก Burj Dubi ที่สร้างเสร็จเพียงไม่นานก็กำลังจะถูกโค่นแชมป์ด้วยเบิร์จ อัล อาลัม (Burj Al Alam) หรือ The World Tower เสียแล้ว ติดตามมาด้วยอภิมหาโครงการ Dubiland ซึ่งพัฒนาขี้นบนพื้นที่ทะเลทรายนอกเมืองให้กลายเป็นอาณาจักรแห่งความบันเทิงบนเนื้อที่รวม 3 ล้านตรารางฟุต เล่าไว้ให้น้ำลายสอเล่นๆว่าหนึ่งในโครงการของดูไบแลนด์ คือสวนสนุกวอลท์ ดิสนีย์เวิลด์ที่จะสร้างให้ใหญ่กว่าที่ออร์ลันโดถึง 3 เท่า และที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างอย่างเข้มข้น คือโครงการ The World หรือหมู่เกาะรูปโลก ที่มูลค่าเกาะแต่ละเกาะไม่ต่ำกว่า 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่นั่นแหล่ะนะ โลกทั้งใบก็อาจถูกจับจองในพริบตาอีกเช่นกัน และนั่นยิ่งย้ำให้เชื่อสนิทใจว่า ดูไบสร้างโลกได้จริงๆ


จากถนนสายหลัก Sheik Sayed ที่ทอดยาวจากสนามบินท่ามกลางแสงแดดร้อนกว่า 40 องศาเซลเซียส แม้จะไม่ใช่ช่วง high season ของประเทศแถบตะวันออกกลางที่เขาว่าเหมาะเที่ยวกันแถวๆปลายปีไปจนถึงต้นปี แต่ตราบใดที่ไม่ใช่ช่วงหน้าร้อนเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน ก็นับว่ายังพอรับได้ แล้วภาพแรกที่ผ่านมาทักทาย คือรางรถไฟลอยฟ้า หรือดูไบเมโทรที่มีฐาน (สถานี) คล้ายรูปยานอวกาศ สายแรก (สีแดง) เปิดให้บริการไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา เสียดายว่าเรามาถึงก่อนหน้า เลยอดใช้บริการ สายสีแดงนี้วิ่งเชื่อมสถานที่หลักๆใจกลางเมือง โดยเฉพาะสถานี Mall of Emirates ที่ติดอันดับมีผู้ขี้นลงประจำวัสูงสุด ส่วนสายอื่นๆนั้นจะทยอยเปิดใช้ในราวกลางปีหน้า นั่นรวมถึงสายที่ให้บริการสู่สนามบินด้วย

ทื่มา นิตยสาร เที่ยวรอบโลก

วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554

นอร์เวย์ อีกหนึ่งสถานที่เที่ยว

นอร์เวย์เป็นประเทศตอนเหนือของยุโรป ลักษณะภูมิประเทศแคบและยาว ช่วงที่แคบที่สุดเพียง 6 กิโลเมตรเท่านั้น ฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนคือ ช่วงเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 20 องศาเซลเซียส สิ่งมหัศจรรย์ที่คนทั่วโลกกว่างถึงเมือง Tromso คือ แสงเหนือ หรือ แสงออโรรา เป็นแสงที่เกิดขี้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งมีผลจากสภาวะแสงและบรรยากาศในระบบสุริยะจักรวาล การเดินทางไปเที่ยวนอร์เวย์อาจใช้เส้นทางเริ่มต้นที่เมืองหลวงคือเมือง Oslo แล้วค่อยเดินทางต่อไปตามสถานที่ต่างๆ Oslo เป็นเมืองหลวงที่มีความหลากหลายด้านการท่องเที่ยวและงานดีไซน์ การวางผังเมืองทำได้ดีเยี่ยม จัตรัสกลางเมืองประกอบไปด้วยท่าเรือ, รถไฟ, รถไฟใต้ดิน, ทางรถยนต์ซึ่งมีความสำคัญและสัมพันธ์กันทุกเส้นทาง ในหน้าหนาวรถยนต์อาจไม่สะดวกในการเดินทางเพราะหิมะเป็นเหตุ ร้านอาหาร, ร้านขายของม ห้างสรรพสินค้าและบาร์ มีมากในบริเวณจัตุรัสนี้

การเดินทางในนอร์เวย์นิยมเดินทางด้วยเรือ รถยนต์ (แบบรถบ้าน) และเครื่องบิน โดยเฉพาะตามเส้นทางท่องเที่ยวจะพบรถบ้านจอดอยู่ในแคมป์คาร์เป็นระยะๆ เมื่อง Tromso มีสวนดอกไม้ที่สวยงามน่าสนใจอยู่แห่งหนึ่งคือ Arctic-Alpine Botanic Garden ใครที่ได้ไปเที่ยวอย่าลืมแวะสวนดอกไม้นี้นนะคะ คนนอร์เวย์จะให้ความสำคัญกับอาหารเช้า มื้อกลางวันจะเบาๆ ส่วนมื้อเย็นขี้นอยู่กับโอกาส

ที่มา นิตยสาร Grazia

วันพฤหัสบดีที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เกียวโต โอฮะโย่

ขอนำชมวัดในเกียวโต ที่ได้รับการประกาศรับรองให้เป็นมรดกโลก ( World Heritage) จากองค์การยูเนสโกแห่งสหประชาชาติ ดังนี้

วัดนิชิฮงกัน (Nishi Hongan-ji) สร้างในปีค.ศ. 1591 เป็นวัดหลักในพุทธศาสนานิกายโจโดชินชู ซึ่งชาวญี่ปุ่นนับถือกันมาก เดิมชื่วัดฮงกัน เพิ่มคำว่า นิชิ ที่แปลว่า ทิศตะวันตก กลายเป็นนิชิฮงกัน และให้ชื่อสาขาของวัดใหม่ว่ ฮิกาชิ แปลว่า ทิศตะวันออก เข้าไป เป็น ฮิกาชิฮงกัน

สาขาของวัดนี้ปัจจุบันมีมากถึง 10,000 วัด มีผู้นับถือศรัทธามากถึง 12 ล้านคนทั่วโลก ด้วยความอลังการและสง่างามของรูปปั้น หิ้งบูชา ที่มีความสวยงามวิจิตรแตกต่างจากวัดอื่นๆจึงได้รับการประกาศยกย่องให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1994 เปิด 06.00-17.30 น. ทุกวัน เดินเพียง 5 นาที จากสถานีรถไฟเกียวโต ทางเข้าวัดอยู่บนถนน Horikawa-Dori ใกล้ๆกับถนน Shichi-Dori (Dori แปลว่า ถนน) ไม่เสียค่าชม สามารถถ่ายภาพได้ โทรศัพท์ 075-371-9181

วัดฮิกาชิฮงกัน (Higashi Hongan-ji) คำว่า ji แปลว่า วัด อยู่ไม่ไกลจากวัดนิชิฮงกัน สร้างใน ค.ศ. 1602 แยกสาขาจากวัดนิชิฮงกัน มีอาณาบริเวณใหญ่ ตกแต่งสวยงามวิจิตรมากกว่า เพราะเคยถูกไฟไหม้ และซ่อมแซมขี้นมาใหม่หลายครั้ง ปัจจุบันที่เห็นอยู่ล่าสุดสร้างซ่อมขี้นในค.ศ 1895 มีห้องโถงโกเออิ (Goei-Do) หรือ The Founder's Hall เป็นสิ่งก่อสร้างที่ทำจากไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นอีกสถานที่ที่นักท่องเที่ยวมักถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึกไว้

ที่มา หนังสือ เที่ยวรอบโลก

วันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

วุ้นเส้นภาพหลุดหนุ่มใหญ่แค่สามีเพื่อน

เพิ่งเลิกรากับหวานใจหนุ่มนอกวงการ เอ็ม-วรพล เจนธนากุล ไปไม่นาน ล่าสุดวีเจสาว วุ้นเส้น-วิริฒิพา ภักดีประสงค์ ก็มีภาพหลุดถ่ายคู่กับหนุ่มใหญ่จนหลายคนเมาท์ว่าคนนี้หรือเปล่าที่กำลังเข้ามาดามใจวุ้นเส้น แถมยังมีกระแสข่าวออกมาอีกว่าสาววุ้นเส้นหอบผ้าย้ายเข้าไปอยู่คอนโดเดียวกับ ดีเจกฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ซะงั้น หลังจากเคยมีข่าวว่าทั้งคู่กุ๊กกิ๊กกันอยู่ พอมีโอกาสเจอตัววุ้นเส้นเลยคว้าตัวมาถามซะหน่อยเรื่องจริงเป็นยังไง เจ้าตัวก็เปิดใจทันทีว่า

“เรื่องภาพเหรอคะ ผู้ชายคนนี้เราเห็นตั้งแต่เด็ก ๆ ใส่ชุดนักเรียนเลย ปัจจุบันเขาเป็นสามีของเพื่อนสนิทวุ้น คนที่ถ่ายภาพก็เป็นเพื่อนสนิทวุ้นเอง ต้องขอโทษด้วยถ้าภาพมันออกมาแล้วคนมองว่าแฟนเพื่อนไปกอดทำไม แล้วเราไม่ได้เล่นกันอย่างนี้บ่อย ๆ วันนั้นเป็นวันเกิดวุ้น จริง ๆ เราก็สนิทกับเขาอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไร ไม่ได้เกินเลยกันอยู่แล้ว มันหลุดออกมาคงจะจากเฟซบุ๊กแหละ” อยากเปลี่ยนสไตล์เป็นรุ่นใหญ่มั้ย? “ก็ยังชอบคนเท่า ๆ กันค่ะ เขาก็ไม่ได้แก่มากหรอก” มีข่าวว่าเราไปขึ้นคอนโดดีเจกฤษณ์? “ตอนที่วุ้นไปอยู่คอนโด เพราะว่าวุ้นต้องย้ายที่อยู่เพราะเรื่องดวงค่ะ วันที่ย้ายไปก็เจอพี่กฤษณ์ผ่าน ๆ เราก็ทักทายกันปกติ แต่ไม่ได้อยู่คอนโดเดียวกันค่ะ เราก็งงเหมือนกัน” เคยอยู่คอนโดเดียวกัน? “อยู่คอนโดชื่อเดียวกันค่ะ แถวทองหล่อ แต่ว่าไม่ได้มีอะไรค่ะ วุ้นเคยมีข่าวกับพี่กฤษณ์ครั้งหนึ่งแล้ว แล้วเราก็เคลียร์แล้วว่าไม่มีอะไร เพราะฉะนั้นข่าวก็คือข่าว” ตอนอยู่คอนโดมีขึ้นไปหาบ้างมั้ย? “ไม่มีเลยค่ะ ตอนที่วุ้นย้ายเข้าไป เขาออกพอดี เพราะฉะนั้นคงไม่ได้เป็นอย่างนั้น แต่เจอตามงานอยู่แล้ว” หัวใจตอนนี้เป็นยังไง? “โสดพักใหญ่แล้วค่ะ ก็เซ็ง ๆ แต่ก็ไม่มีอะไร” มีไปไหนกับเอ็มมั้ย? “ล่าสุดเจอกันในงานวันเกิดวุ้นค่ะ เขาก็มาแฮปปี้เบิร์ธเดย์ปกติ แต่ไม่มีรีเทิร์นอะไรค่ะ” มีหนุ่ม ๆ เข้ามามั้ย? “มี แต่ยังไม่ชอบใครค่ะ ยังอยากทำงานเรื่อย ๆ ไม่รีบ คนที่เข้ามาเข้ากับเราได้ก็พอ ไม่ต้องมีสเปกอะไรมากมาย คุยรู้เรื่องก็พอแล้ว รักเดียวใจเดียวค่ะ”.

ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันอังคารที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2554

รางวัลนราธิป2553

รางวัลนราธิป ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2544 อันเป็นปีที่สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยก่อตั้งครบ 30 ปี ประจวบกับในปีเดียวกันนั้น เป็นปีครบรอบ 110 พรรษาของศาสตราจารย์พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ (2435-2519)

และครบรอบ 10 ปีที่องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประกาศยกย่องให้พระองค์เป็นบุคคลสำคัญของโลกที่มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรม สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย โดย ประภัสสร เสวิกุล เป็นนายกสมาคม จึงดำริให้มีรางวัลนราธิปขึ้น ทั้งนี้ โดยความเห็นชอบของท่านผู้หญิงวิวรรณ เศรษฐบุตร ทายาทของพระองค์ในการเชิญพระนาม “นราธิป” มาเป็นชื่อรางวัล โดยรางวัลนราธิปมอบให้นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ กวี นักแปล และบรรณาธิการอาวุโสที่สร้างสรรค์ผลงานมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน และผลงานเป็นที่ยกย่องอย่างกว้างขวาง

0 สำหรับนักเขียน นักแปล นักหนังสือพิมพ์ และบรรณาธิการที่สมควรให้ได้รับรางวัลนราธิป ประจำ ปี 2553 มีทั้งหมด 15 ท่านด้วยกัน ดังนี้ 1.นายคำสิงห์ ศรีนอก 2.นางจุรี โอศิริ 3.นางชูวงศ์ ฉายะจินดา 4.นายถวัลย์ (มงคลรัตน์) นวลักษณกวี 5.นายธีระ วงศ์โพธิพระ 6.พ.อ.หญิง คุณนิออน สนิทวงศ์ 7.นายประสิทธิ์ โรหิตเสถียร 8. ดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร 9.นายวิวัฒน์ ประชาเรืองวิทย์ 10. ศ.วิสุทธิ์ บุษยกุล 11.ม.ล.ศรีฟ้า มหาวรรณ 12.ศ.เกียรติคุณ ดร.นพ.สมชัย บวรกิตติ 13.นายเสรี ชมภูมิ่ง 14.นายสำราญ ทรัพย์นิรันดร์ 15.นายอุทัย สินธุสาร...ส่วนพิธีมอบรางวัลนั้น กำหนดให้จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 29 มกราคม 2554 ณ ห้องประชุมพูนศุข พนมยงค์ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ซอยทองหล่อ กรุงเทพฯ ...และในวันเวลาสถานที่เดียวกันนี้สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยขอเชิญสมาชิก ประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2554 เพื่อการเลือกตั้งกรรมการบริหารชุดใหม่ ประจำปี 2554-2556 โดยงานจะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.30 น.ไปจนถึง 16.30 น. โดยมีรายการที่น่าสนใจมากมาย เช่น

10.15 น..ฉายวีดิทัศน์รำลึก พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ 10.25 น. ชมัยภร แสงกระจ่าง ประกาศนามผู้ได้รับรางวัลนราธิป ประจำปี 2553 และพิธีประกาศเกียรติคุณและมอบโล่แก่ผู้ได้รับรางวัล 11.00 น. เรียนรู้จากผู้มาก่อน:เปิดใจผู้ได้รับรางวัลนราธิป 13.30 น. การประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 53...และท้ายสุดนี้ "คม ชัด ลึก" ขอแสดงความยินดีแด่ทุกท่านที่ได้รับรางวัลนี้

0 พบกันครั้งล่าสุด ปานศักดิ์ นาแสวง มือเรื่องสั้นอีกคนหนึ่งที่มีผลงานอย่างต่อเนื่อง ยังมีไฟเขียนหนังสือตลอดเวลา โดยใช้ชีวิตอยู่ที่ลพบุรีบ้านเกิดอย่างมีความสุข นานๆ ครั้งจึงจะเข้ากรุงเทพฯ พบปะเพื่อนฝูงบ้าง

0 ยังปักหลักทำงานอยู่ที่บริษัทชนนิยม พร้อมใช้เวลาว่างเขียนบทกวี เรื่องสั้น และงานสารคดี จนเชี่ยวมากขึ้นทุกวัน ...ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะมีผลงานรูปแบบต่างๆ ของ ธารา ศรีอนุรักษ์ ปรากฏตามหน้านิตยสารต่างๆ อย่างไม่ว่างเว้น

0 หันหลังให้กับกรุงเทพฯ หวนกลับไปทำงานที่สุรินทร์บ้านเกิดเรียบร้อยหลายเดือนแล้ว ตอนนี้ กอนกูย กวีหนุ่มจากอีสานใต้ชีวิตกำลังลงตัว และเริ่มจะปล่อยผลงานกวีมากขึ้น

0 สำหรับ ภาคย์ จินตนมัย นักวิจารณ์วรรณกรรมและอาจารย์หนุ่มแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บอกว่าการใช้ชีวิตช่วงนี้ที่เชียงใหม่แฮปปี้ และกำลังจะทำงานวิจารณ์วรรณกรรมอย่างจริงจังอีกครั้ง

0 ส่วนนักวิจารณ์และนักวิชาการวรรณกรรมอีกคนหนึ่งนาม พิเชฐ แสงทอง ก็กำลังจะกลับจากการไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับวรรณกรรมที่เกาหลีใต้ในช่วงปลาย เดือนนี้แล้ว...และแน่นอนที่สุด อีกไม่นานนักจะได้อ่านประสบการณ์ของเขาในเกาหลีใต้อย่างไม่ต้องสงสัย

0 จะเด็กแนวหรืออินดี้มาทางนี้เลย... เพราะที่นี่เปิดรับความฝันของคนรุ่นใหม่หัวใจสร้างสรรค์ หนังสั้น-หนังสือทำมือ กับรางวัล SCG INDY AWARDS 2011 อีกครั้งหนึ่งแล้ว โดยเครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย ร่วมกับ SCG PAPER และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ขอเชิญชวน นัก (อยาก) เขียน นัก (อยาก) ทำหนัง ส่งผลงานสร้างสรรค์งานเขียนประเภทบทกวี-เรื่องสั้น ในรูปแบบของหนังสือทำมือ และหนังสั้นจากเรื่องสั้น ในรูปแบบวีซีดี/ดีวีดี เพื่อร่วมประกวดรางวัล SCG INDY AWARDS 2011 ส่งผลงานได้ภายในวันที่ 1 มีนาคม 2554 ส่วนการประกาศผลและมอบรางวัลจะมีขึ้นในวันที่ 11 มีนาคม 54 ในงานมหกรรมหนังสือและสื่อทางเลือกแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 6 [Indy Book Festival VI] ณ สวนสันติชัยปราการ (ป้อมพระสุเมรุ) ถ.พระอาทิตย์ กรุงเทพฯ ส่งผลงานมาที่ เครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย 12/295 หมู่บ้านฐิติพร 2 รามคำแหง 120 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ 10240 ดาวน์โหลดใบสมัครและติดตามรายละเอียดได้ที่ www.thaiwriternetwork.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ thaiwriternetwork@hotmail.com / โทร.08-7519-9150

0 ขอเชิญเพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมงานพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน สตมวาร (ทำบุญ 100 วัน) นายศุขปรีดา พนมยงค์ ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ในวันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554 โดยพิธีสงฆ์เริ่ม 09.30 น.เป็นต้นไป ส่วน 10.30 น. บรรยายธรรมเรื่อง พุทธสังคมนิยมกับสังคมไทยในยุคปัจจุบัน โดยพระไพศาล วิสาโล 13.30-16.30 น. เสวนากึ่งวิชาการหัวข้อ “หลากสายธารประชาธิปไตยไหลบรรจบ” โดย ภุชงค์ กันทาธรรม, ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ, ปรีดา ข้าวบ่อ, ตัวแทนกลุ่ม “นิติราษฎร์” - ปิยบุตร แสงกนกกุล และ ธิวัชร์ คำแก้ว ผู้ดำเนินรายการ ดร.อิทธิรุจน์ สุรเชษฐพงษ์

0ในวันที่ 23 มกราคม เวลา 14.00 น.ที่ร้านโฟโต้ไฟล์ เซ็นทรัล พระราม 3 จะมีการเปิดตัวหนังสือภาพถ่ายสัตว์ป่าแห่งปีชื่อ "ลมหายใจใต้ร่มพระบารมี" ซึ่งเป็นผลงานการถ่ายภาพของ วรรณชนก สุวรรณกร และ ณรงค์ สุวรรรงค์ สองนักถ่ายภาพสมัครเล่นที่หลงใหลเรื่องราวแห่งพงไพร และสัตว์ป่าในพื้นที่ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิ สำหรับนักถ่ายภาพทั้งสองคนนี้เคยมีผลงานออกมาก่อนหน้านี้แล้ว 1 เล่ม ในชื่อ "เพื่อนไพรในภูเขียว" ...ส่วนหนังสือภาพถ่ายสัตว์ป่าเล่มล่าสุดนี้ ทำขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระชนมายุครบ 84 พรรษา ประกอบกับปีนี้ วรรณชนก สุวรรณกร ได้รับรางวัลชนะเลิศ การประกวดภาพถ่ายสัตว์ป่าของทรูคอร์ปอเรชั่น ร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ประจำปี 2553 นี้ด้วย จึงอยากจะเชิญชวนให้ทุกท่านที่สนใจการถ่ายรูปมาร่วมพูดคุยและชมฝีมือการถ่ายภาพกัน ใครสนใจสอบถามได้ที่ ที่วรรณชนก สุวรรณกร 087-9461461

0สำนักพิมพ์สุขภาพใจขอเชิญร่วมกิจกรรมสนทนาธรรม ร้อยคน ร้อยธรรม ร้อยห้าปีพุทธทาส ทุกวันเสาร์ เวลา 14.00 - 15.30 น. สวนโมกข์กรุงเทพฯ (หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ) เพื่อเรียนรู้ "ธรรม" ทั้งปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ แบบลัดสั้น ทันใจ สำหรับคนร่วมสมัยทั้งคนเด่น-คนดัง และคนธรรมดาสามัญที่มากด้วยประสบการณ์ชีวิต เปี่ยมด้วยข้อคิดและบทเรียน โดยวันเสาร์ที่ 22 ม.ค. 2554 เวลา 14.00 น. พบ ประชา หุตานุวัตร ผู้ที่เริ่มอ่านหนังสือท่านพุทธทาสตั้งแต่มัธยมฯ 4 ถึงกับเคยชวนเพื่อนหนีโรงเรียนไปสวนโมกข์ 10 วัน ได้พบและสนทนาธรรมตามประสาเด็กกับท่านอาจารย์ จวบจนตัดสินใจบวชและอยู่สวนโมกข์ในพรรษาที่ 6 (ปี 2523) และได้รับมอบหมายจากท่านอาจารย์พุทธทาสให้ไปดูแลสวนโมกข์เก่าพุมเรียง

ที่มา หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

วันพฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2553

หน่อย ขอเลี้ยงลูกเต็มที่ ไม่พร้อมคืนวงการ

เป็นศรีภรรยาที่น่ารักเสมอสำหรับ หน่อย บุษกร วงศ์พัวพันธ์ เพราะตอนนี้เดินหน้าเลี้ยงลูกเต็มที่ โดยจะให้นมกับน้องจุน ลูกคนเล็กเอง แถมแอบเมาท์ น้องคุน มีหวงคุณพ่อ เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ ส่วนเรื่องติดต่อถ่ายภาพครอบครัวนั้นมีบ้าง แต่เคนหวงลูก ด้านการแสดง ยอมรับคิดถึงละคร แต่ใจเป็นห่วงลูกมีมากกว่า

หน่อยกล่าวว่า "ก็คิดถึง ติดตามดูละครที่คนอื่นเล่นตลอด" ตั้งแต่ แรมพิศวาส แล้วมีคนติดต่อมาอีกมั้ย "ก็มีนะ แต่เคนยังไม่ปล่อย ลูกยังเล็กด้วย" ต้องเลี้ยงน้องเต็มที่เลย "ใช่ เพราะหน่อยให้นมเอง ก็อยากจะอยู่กับเขา น้องคุนซึ่งตอนนี้อายุ 2 ขวบ กำลังทำตามว่าพ่อแม่ทำยังไง เขาซนมาก แล้วพูดเก่งมาก" น้องคุนเห็นน้องจุนแล้วมีท่าทียังไงบ้าง "เขาก็อยากเล่นกับน้อง เขาก็เข้ามาเล่น แต่เขาจะเล่นแบบไม่เป็ฯ ไม่รู้จังหวะ จะเล่นแรง บางทีก็กระโดดทับลงไปทั้งตัว เราก็ โอ๊ย ตายแล้ว เบาๆคุน แต่เขาอยากเล่น ก็มาหอมน้อง" แล้วมีท่าทีงอนที่คุณแม่ดูแลน้องจุนมั้ย "ก็เคยเห็นเหมือนกันบางวันที่เราต้องอยู่กับน้องจุนตลอด เพราะต้องให้นม เขาก็เดินมามอง แล้วก็เดินไปเล่นอีกห้องนึงดีกว่า พอเราให้นมน้องจุนเสร็จก็จะไปหาน้องคุนเลย น้องจุนก็จะปล่อยให้ยายอุ้ม"

จะมีน้องคนที่สามต่อมั้ย "(หัวเราะ) ถามอะไรอย่างนั้น ยัง พอแล้ว" พาน้องไปเที่ยวที่กองถ่ายคุณพ่อบ้างหรือเปล่า "มีนะ เขาไปกอง "รหัสทรชน" เขาก็ไปถือวอของผู้กำกับแล้วก็สั่งคัตอะไรแบบนี้" จะมีถ่ายภาพแฟชั่นขี้นปกทั้งครอบครัวมั้ง "คงยังมั้ง เคนหวงลูก ก็เคยมีคนติดต่อมา ตอนนั้นน้องก็ยังเด็ก ยังสั่งอะไรไม่ได้ พอตอนนี้สั่งได้ ก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำตามคำสั่งหรือเปล่า กำลังต่อต้านนิดนึง" เวลาน้องคุนเห็นพ่อในทีวี เขาว่ายังไงบ้าง "น้องคุนไม่ค่อยดูทีวีนะ แต่เขาเคยดู "วิวาห์ว้าวุ่น" ที่เล่นกับชมพู่-อารยา แล้วชมพู่ซบพ่อ เขาก็จะเดินไปที่ทีวีแล้วบอก ถอยไป๊ ถอยไป ตลกดี เราก็นั่งขำๆ แต่เรื่อง 365 วันแห่งรัก เขายังไม่ได้ดู" เห็นแววพระเอกของน้องรึยัง "ยังไม่เห็นเลย ไม่รู้เหมือนกัน ส่วนเรื่องเห็นแม่ในทีวีนั้น เขาก็เคยเห็นเราในโฆษณา เขาจะบอก "แม่มาแล้ว" อีกนานแค่ไหน ถึงจะกลับวงการอีกครั้ง "ตอบไม่ได้จริงๆ ก็อยากเล่นละคร แต่ใจห่วงลูกมันมีมากกว่า ก็เอาเวลาให้ลูกก่อน เด็กวัย 1-3 ขวบ เป็นวัยที่กำลังซึมซับ น้องจุนเพิ่งจะ 3 เดือน เอง อีกนาน ซึ่งก็มีติดต่อมา แต่เราก็ปฏิเสธไปแล้ว"

ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2553

Driving Tips ชมความงามแบบ Unseen ใต้หมู่เกาะทะเลกระบี่

เมื่อนึกถึงจังหวัดกระบี่ หลายคนจะนึกถึงธรรมชาติอันงดงามในแบบ Unseen แต่ในความเป็นจริงกระบี่ไม่ได้มีธรรมชาติแบบ Unseen แค่บนบกเท่านั้น ใต้ทะเลลึกในบรรดาหมู่เกาะต่างๆของกระบี่ยังมีความงดงามตระการน่าลงไปชื่นชมไม่แพ้ชายหาดบนเกาะกันเลยทีเดียว

สำหรับแหล่งดำน้ำชื่ดังของกระบี่นั้น สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ได้แก่ บริเวณหมู่เกาะพีพี และหมู่เกาะลันตา หมู่เกาะพีพีส่วนใหญ่เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงทางด้านหาดทรายขาวสะอาดให้เที่ยวเล่นน้ำถ่ายภาพแต่ในขณะเดียวกันด้วยความใสสะอาดของน้ำทะเลสีมรกตก็ทำให้กิจกรรมดำน้ำเป็นที่นิยมไม่น้อย โดยบริเวณหมู่เกาะพีพีมีจุดดำน้ำอยู่ที่อ่าวมาหยา อ่าวโละซามะ เกาะยูง และหินกลาง หากชื่นชอบการดำน้ำตื้นบริเวณอ่าวมาหยา และหินกลาง มีปะการังแข็ง และดอกไม้ทะเลให้ชม สำหรับนักดำน้ำแบบ Scube ก็ต้องไม่พลาดการไปชมที่อ่าวโละซามะ และเกาะยูง ซึ่งมีระดับความลึกอยู่ที่ 10-20 เมตร เบื้องลักษณะเป็นชะง่อนหินพบปะการังอ่อนขี้นมากมาย และบริเวณอ่าวโละซามะยังเหมาะสำหรับดำน้ำแบบ Night Dive ด้วย

สำหรับจุดดำน้ำบริเวณหมู่เกาะลันตา ส่วนใหญ่นิยมไปหมู่เกาะห้าเกาะรอก หินแดง และหินม่วง หากชื่นชอบแหล่งดำน้ำลึกที่มีถ้ำสลับซับซ้อนให้ชมแบบตื่นเต้นหน่อยก็ต้องไปที่หมู่เกาะห้า ส่วนนักดำน้ำที่ชื่นชอบแนวปะการังสีสันสดใสก็ต้องไม่พลาดไดร์ฟที่บริเวณหินแดง หินม่วง สำหรับ Night Dive เกาะรอกคลื่นลมสงบนับเป็นจุดที่ดีที่สุด

หากไปชื่นชมทะเลแหวกแบบ Unseen กันมาแล้ว ก็ไม่ควรพลาดไปเที่ยวชื่นชมความงามแบบ Unseen ของใต้หมู่เกาะทะเลกระบี่กัน

ที่มา นิตยสาร Places & Prices