<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-7841542159627982084</id><updated>2011-10-11T21:57:52.177-07:00</updated><category term='ท่องเที่ยว'/><category term='ช่างภาพมือ'/><category term='ถ่ายภาพ'/><category term='นอร์เวย์'/><category term='ถ่ายแบบ'/><title type='text'>บทความ ถ่ายภาพ ถ่ายแบบ</title><subtitle type='html'>รวบรวมเรื่องราว เทคนิคการถ่ายภาพ ถ่ายแบบ</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://photopuncho.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7841542159627982084/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://photopuncho.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>mazzo</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01773522765418581695</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>11</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7841542159627982084.post-897726578382598211</id><published>2011-10-11T21:50:00.000-07:00</published><updated>2011-10-11T21:57:52.280-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='นอร์เวย์'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ถ่ายภาพ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ท่องเที่ยว'/><title type='text'>นอร์เวย์ อีกหนึ่งสถานที่เที่ยว</title><content type='html'>นอร์เวย์เป็นประเทศตอนเหนือของยุโรป ลักษณะภูมิประเทศแคบและยาว ช่วงที่แคบที่สุดเพียง 6 กิโลเมตรเท่านั้น ฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงฤดูร้อนคือ ช่วงเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 20 องศาเซลเซียส สิ่งมหัศจรรย์ที่คนทั่วโลกกว่างถึงเมือง Tromso คือ แสงเหนือ หรือ แสงออโรรา เป็นแสงที่เกิดขี้นเองตามธรรมชาติ ซึ่งมีผลจากสภาวะแสงและบรรยากาศในระบบสุริยะจักรวาล การเดินทางไปเที่ยวนอร์เวย์อาจใช้เส้นทางเริ่มต้นที่เมืองหลวงคือเมือง Oslo แล้วค่อยเดินทางต่อไปตามสถานที่ต่างๆ Oslo เป็นเมืองหลวงที่มีความหลากหลายด้านการท่องเที่ยวและงานดีไซน์ การวางผังเมืองทำได้ดีเยี่ยม จัตรัสกลางเมืองประกอบไปด้วยท่าเรือ, รถไฟ, รถไฟใต้ดิน, ทางรถยนต์ซึ่งมีความสำคัญและสัมพันธ์กันทุกเส้นทาง ในหน้าหนาวรถยนต์อาจไม่สะดวกในการเดินทางเพราะหิมะเป็นเหตุ ร้านอาหาร, ร้านขายของม ห้างสรรพสินค้าและบาร์ มีมากในบริเวณจัตุรัสนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเดินทางในนอร์เวย์นิยมเดินทางด้วยเรือ รถยนต์ (แบบรถบ้าน) และเครื่องบิน โดยเฉพาะตามเส้นทางท่องเที่ยวจะพบรถบ้านจอดอยู่ในแคมป์คาร์เป็นระยะๆ เมื่อง Tromso มีสวนดอกไม้ที่สวยงามน่าสนใจอยู่แห่งหนึ่งคือ Arctic-Alpine Botanic Garden ใครที่ได้ไปเที่ยวอย่าลืมแวะสวนดอกไม้นี้นนะคะ คนนอร์เวย์จะให้ความสำคัญกับอาหารเช้า มื้อกลางวันจะเบาๆ ส่วนมื้อเย็นขี้นอยู่กับโอกาส&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา นิตยสาร Grazia&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7841542159627982084-897726578382598211?l=photopuncho.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://photopuncho.blogspot.com/feeds/897726578382598211/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://photopuncho.blogspot.com/2011/10/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7841542159627982084/posts/default/897726578382598211'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7841542159627982084/posts/default/897726578382598211'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://photopuncho.blogspot.com/2011/10/blog-post.html' title='นอร์เวย์ อีกหนึ่งสถานที่เที่ยว'/><author><name>mazzo</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01773522765418581695</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7841542159627982084.post-5913721275049972500</id><published>2011-06-23T00:27:00.000-07:00</published><updated>2011-10-11T21:47:56.490-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ถ่ายภาพ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ถ่ายแบบ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ช่างภาพมือ'/><title type='text'>เกียวโต โอฮะโย่</title><content type='html'>ขอนำชมวัดในเกียวโต ที่ได้รับการประกาศรับรองให้เป็นมรดกโลก ( World Heritage) จากองค์การยูเนสโกแห่งสหประชาชาติ ดังนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วัดนิชิฮงกัน (Nishi Hongan-ji) สร้างในปีค.ศ. 1591 เป็นวัดหลักในพุทธศาสนานิกายโจโดชินชู ซึ่งชาวญี่ปุ่นนับถือกันมาก เดิมชื่วัดฮงกัน เพิ่มคำว่า นิชิ ที่แปลว่า ทิศตะวันตก กลายเป็นนิชิฮงกัน และให้ชื่อสาขาของวัดใหม่ว่ ฮิกาชิ แปลว่า ทิศตะวันออก เข้าไป เป็น ฮิกาชิฮงกัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สาขาของวัดนี้ปัจจุบันมีมากถึง 10,000 วัด มีผู้นับถือศรัทธามากถึง 12 ล้านคนทั่วโลก ด้วยความอลังการและสง่างามของรูปปั้น หิ้งบูชา ที่มีความสวยงามวิจิตรแตกต่างจากวัดอื่นๆจึงได้รับการประกาศยกย่องให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1994 เปิด 06.00-17.30 น. ทุกวัน เดินเพียง 5 นาที จากสถานีรถไฟเกียวโต ทางเข้าวัดอยู่บนถนน Horikawa-Dori ใกล้ๆกับถนน Shichi-Dori (Dori แปลว่า ถนน) ไม่เสียค่าชม สามารถถ่ายภาพได้ โทรศัพท์ 075-371-9181&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วัดฮิกาชิฮงกัน (Higashi Hongan-ji) คำว่า ji แปลว่า วัด อยู่ไม่ไกลจากวัดนิชิฮงกัน สร้างใน ค.ศ. 1602 แยกสาขาจากวัดนิชิฮงกัน มีอาณาบริเวณใหญ่ ตกแต่งสวยงามวิจิตรมากกว่า เพราะเคยถูกไฟไหม้ และซ่อมแซมขี้นมาใหม่หลายครั้ง ปัจจุบันที่เห็นอยู่ล่าสุดสร้างซ่อมขี้นในค.ศ 1895 มีห้องโถงโกเออิ (Goei-Do) หรือ The Founder's Hall เป็นสิ่งก่อสร้างที่ทำจากไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เป็นอีกสถานที่ที่นักท่องเที่ยวมักถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึกไว้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา หนังสือ เที่ยวรอบโลก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7841542159627982084-5913721275049972500?l=photopuncho.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://photopuncho.blogspot.com/feeds/5913721275049972500/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://photopuncho.blogspot.com/2011/06/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7841542159627982084/posts/default/5913721275049972500'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7841542159627982084/posts/default/5913721275049972500'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://photopuncho.blogspot.com/2011/06/blog-post.html' title='เกียวโต โอฮะโย่'/><author><name>mazzo</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01773522765418581695</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7841542159627982084.post-6473333743843316803</id><published>2011-05-09T10:03:00.001-07:00</published><updated>2011-10-11T21:48:09.169-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ถ่ายภาพ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ถ่ายแบบ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ช่างภาพมือ'/><title type='text'>วุ้นเส้นภาพหลุดหนุ่มใหญ่แค่สามีเพื่อน</title><content type='html'>เพิ่งเลิกรากับหวานใจหนุ่มนอกวงการ เอ็ม-วรพล เจนธนากุล ไปไม่นาน ล่าสุดวีเจสาว วุ้นเส้น-วิริฒิพา ภักดีประสงค์ ก็มีภาพหลุดถ่ายคู่กับหนุ่มใหญ่จนหลายคนเมาท์ว่าคนนี้หรือเปล่าที่กำลังเข้ามาดามใจวุ้นเส้น แถมยังมีกระแสข่าวออกมาอีกว่าสาววุ้นเส้นหอบผ้าย้ายเข้าไปอยู่คอนโดเดียวกับ ดีเจกฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ซะงั้น หลังจากเคยมีข่าวว่าทั้งคู่กุ๊กกิ๊กกันอยู่ พอมีโอกาสเจอตัววุ้นเส้นเลยคว้าตัวมาถามซะหน่อยเรื่องจริงเป็นยังไง เจ้าตัวก็เปิดใจทันทีว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“เรื่องภาพเหรอคะ ผู้ชายคนนี้เราเห็นตั้งแต่เด็ก ๆ ใส่ชุดนักเรียนเลย ปัจจุบันเขาเป็นสามีของเพื่อนสนิทวุ้น คนที่ถ่ายภาพก็เป็นเพื่อนสนิทวุ้นเอง ต้องขอโทษด้วยถ้าภาพมันออกมาแล้วคนมองว่าแฟนเพื่อนไปกอดทำไม แล้วเราไม่ได้เล่นกันอย่างนี้บ่อย ๆ วันนั้นเป็นวันเกิดวุ้น จริง ๆ เราก็สนิทกับเขาอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไร ไม่ได้เกินเลยกันอยู่แล้ว มันหลุดออกมาคงจะจากเฟซบุ๊กแหละ” อยากเปลี่ยนสไตล์เป็นรุ่นใหญ่มั้ย? “ก็ยังชอบคนเท่า ๆ กันค่ะ เขาก็ไม่ได้แก่มากหรอก” มีข่าวว่าเราไปขึ้นคอนโดดีเจกฤษณ์? “ตอนที่วุ้นไปอยู่คอนโด เพราะว่าวุ้นต้องย้ายที่อยู่เพราะเรื่องดวงค่ะ วันที่ย้ายไปก็เจอพี่กฤษณ์ผ่าน ๆ เราก็ทักทายกันปกติ แต่ไม่ได้อยู่คอนโดเดียวกันค่ะ เราก็งงเหมือนกัน” เคยอยู่คอนโดเดียวกัน? “อยู่คอนโดชื่อเดียวกันค่ะ แถวทองหล่อ แต่ว่าไม่ได้มีอะไรค่ะ วุ้นเคยมีข่าวกับพี่กฤษณ์ครั้งหนึ่งแล้ว แล้วเราก็เคลียร์แล้วว่าไม่มีอะไร เพราะฉะนั้นข่าวก็คือข่าว” ตอนอยู่คอนโดมีขึ้นไปหาบ้างมั้ย? “ไม่มีเลยค่ะ ตอนที่วุ้นย้ายเข้าไป เขาออกพอดี เพราะฉะนั้นคงไม่ได้เป็นอย่างนั้น แต่เจอตามงานอยู่แล้ว” หัวใจตอนนี้เป็นยังไง? “โสดพักใหญ่แล้วค่ะ ก็เซ็ง ๆ แต่ก็ไม่มีอะไร” มีไปไหนกับเอ็มมั้ย? “ล่าสุดเจอกันในงานวันเกิดวุ้นค่ะ เขาก็มาแฮปปี้เบิร์ธเดย์ปกติ แต่ไม่มีรีเทิร์นอะไรค่ะ” มีหนุ่ม ๆ เข้ามามั้ย? “มี แต่ยังไม่ชอบใครค่ะ ยังอยากทำงานเรื่อย ๆ ไม่รีบ คนที่เข้ามาเข้ากับเราได้ก็พอ ไม่ต้องมีสเปกอะไรมากมาย คุยรู้เรื่องก็พอแล้ว รักเดียวใจเดียวค่ะ”.&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7841542159627982084-6473333743843316803?l=photopuncho.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://photopuncho.blogspot.com/feeds/6473333743843316803/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://photopuncho.blogspot.com/2011/05/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7841542159627982084/posts/default/6473333743843316803'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7841542159627982084/posts/default/6473333743843316803'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://photopuncho.blogspot.com/2011/05/blog-post.html' title='วุ้นเส้นภาพหลุดหนุ่มใหญ่แค่สามีเพื่อน'/><author><name>mazzo</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01773522765418581695</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7841542159627982084.post-7087616735676878229</id><published>2011-01-18T15:04:00.000-08:00</published><updated>2011-10-11T21:48:21.589-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ถ่ายภาพ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ถ่ายแบบ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ช่างภาพมือ'/><title type='text'>รางวัลนราธิป2553</title><content type='html'>รางวัลนราธิป ถือกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2544 อันเป็นปีที่สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยก่อตั้งครบ 30 ปี ประจวบกับในปีเดียวกันนั้น เป็นปีครบรอบ 110 พรรษาของศาสตราจารย์พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ (2435-2519) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;และครบรอบ 10 ปีที่องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประกาศยกย่องให้พระองค์เป็นบุคคลสำคัญของโลกที่มีผลงานดีเด่นด้านวัฒนธรรม สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย โดย ประภัสสร เสวิกุล เป็นนายกสมาคม จึงดำริให้มีรางวัลนราธิปขึ้น ทั้งนี้ โดยความเห็นชอบของท่านผู้หญิงวิวรรณ เศรษฐบุตร ทายาทของพระองค์ในการเชิญพระนาม “นราธิป” มาเป็นชื่อรางวัล โดยรางวัลนราธิปมอบให้นักเขียน นักหนังสือพิมพ์  กวี นักแปล และบรรณาธิการอาวุโสที่สร้างสรรค์ผลงานมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน และผลงานเป็นที่ยกย่องอย่างกว้างขวาง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;0 สำหรับนักเขียน นักแปล นักหนังสือพิมพ์ และบรรณาธิการที่สมควรให้ได้รับรางวัลนราธิป ประจำ ปี 2553 มีทั้งหมด 15 ท่านด้วยกัน ดังนี้ 1.นายคำสิงห์ ศรีนอก 2.นางจุรี โอศิริ  3.นางชูวงศ์ ฉายะจินดา 4.นายถวัลย์ (มงคลรัตน์) นวลักษณกวี 5.นายธีระ วงศ์โพธิพระ 6.พ.อ.หญิง คุณนิออน สนิทวงศ์ 7.นายประสิทธิ์ โรหิตเสถียร 8. ดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร 9.นายวิวัฒน์ ประชาเรืองวิทย์ 10. ศ.วิสุทธิ์ บุษยกุล 11.ม.ล.ศรีฟ้า มหาวรรณ 12.ศ.เกียรติคุณ ดร.นพ.สมชัย  บวรกิตติ 13.นายเสรี ชมภูมิ่ง 14.นายสำราญ ทรัพย์นิรันดร์  15.นายอุทัย สินธุสาร...ส่วนพิธีมอบรางวัลนั้น กำหนดให้จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 29 มกราคม 2554  ณ ห้องประชุมพูนศุข พนมยงค์ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ซอยทองหล่อ  กรุงเทพฯ ...และในวันเวลาสถานที่เดียวกันนี้สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยขอเชิญสมาชิก ประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 2554 เพื่อการเลือกตั้งกรรมการบริหารชุดใหม่ ประจำปี 2554-2556 โดยงานจะเริ่มตั้งแต่เวลา 09.30 น.ไปจนถึง 16.30 น. โดยมีรายการที่น่าสนใจมากมาย เช่น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; 10.15 น..ฉายวีดิทัศน์รำลึก พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ 10.25 น. ชมัยภร  แสงกระจ่าง ประกาศนามผู้ได้รับรางวัลนราธิป ประจำปี 2553 และพิธีประกาศเกียรติคุณและมอบโล่แก่ผู้ได้รับรางวัล 11.00 น. เรียนรู้จากผู้มาก่อน:เปิดใจผู้ได้รับรางวัลนราธิป 13.30 น. การประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี 53...และท้ายสุดนี้ "คม ชัด ลึก" ขอแสดงความยินดีแด่ทุกท่านที่ได้รับรางวัลนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;0 พบกันครั้งล่าสุด ปานศักดิ์ นาแสวง มือเรื่องสั้นอีกคนหนึ่งที่มีผลงานอย่างต่อเนื่อง ยังมีไฟเขียนหนังสือตลอดเวลา โดยใช้ชีวิตอยู่ที่ลพบุรีบ้านเกิดอย่างมีความสุข นานๆ ครั้งจึงจะเข้ากรุงเทพฯ พบปะเพื่อนฝูงบ้าง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;0 ยังปักหลักทำงานอยู่ที่บริษัทชนนิยม พร้อมใช้เวลาว่างเขียนบทกวี เรื่องสั้น และงานสารคดี จนเชี่ยวมากขึ้นทุกวัน ...ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะมีผลงานรูปแบบต่างๆ ของ ธารา ศรีอนุรักษ์ ปรากฏตามหน้านิตยสารต่างๆ อย่างไม่ว่างเว้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;0 หันหลังให้กับกรุงเทพฯ หวนกลับไปทำงานที่สุรินทร์บ้านเกิดเรียบร้อยหลายเดือนแล้ว ตอนนี้ กอนกูย กวีหนุ่มจากอีสานใต้ชีวิตกำลังลงตัว และเริ่มจะปล่อยผลงานกวีมากขึ้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;0 สำหรับ ภาคย์ จินตนมัย นักวิจารณ์วรรณกรรมและอาจารย์หนุ่มแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บอกว่าการใช้ชีวิตช่วงนี้ที่เชียงใหม่แฮปปี้ และกำลังจะทำงานวิจารณ์วรรณกรรมอย่างจริงจังอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;0 ส่วนนักวิจารณ์และนักวิชาการวรรณกรรมอีกคนหนึ่งนาม พิเชฐ แสงทอง ก็กำลังจะกลับจากการไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับวรรณกรรมที่เกาหลีใต้ในช่วงปลาย เดือนนี้แล้ว...และแน่นอนที่สุด อีกไม่นานนักจะได้อ่านประสบการณ์ของเขาในเกาหลีใต้อย่างไม่ต้องสงสัย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;0 จะเด็กแนวหรืออินดี้มาทางนี้เลย... เพราะที่นี่เปิดรับความฝันของคนรุ่นใหม่หัวใจสร้างสรรค์ หนังสั้น-หนังสือทำมือ กับรางวัล SCG INDY AWARDS 2011 อีกครั้งหนึ่งแล้ว โดยเครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย ร่วมกับ SCG PAPER และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ขอเชิญชวน นัก (อยาก) เขียน นัก (อยาก) ทำหนัง ส่งผลงานสร้างสรรค์งานเขียนประเภทบทกวี-เรื่องสั้น ในรูปแบบของหนังสือทำมือ และหนังสั้นจากเรื่องสั้น ในรูปแบบวีซีดี/ดีวีดี เพื่อร่วมประกวดรางวัล SCG INDY AWARDS 2011 ส่งผลงานได้ภายในวันที่ 1 มีนาคม 2554 ส่วนการประกาศผลและมอบรางวัลจะมีขึ้นในวันที่ 11 มีนาคม 54 ในงานมหกรรมหนังสือและสื่อทางเลือกแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 6 [Indy Book Festival VI] ณ สวนสันติชัยปราการ (ป้อมพระสุเมรุ) ถ.พระอาทิตย์ กรุงเทพฯ ส่งผลงานมาที่ เครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย 12/295 หมู่บ้านฐิติพร 2 รามคำแหง 120 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ 10240 ดาวน์โหลดใบสมัครและติดตามรายละเอียดได้ที่ www.thaiwriternetwork.com หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ thaiwriternetwork@hotmail.com / โทร.08-7519-9150&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;0 ขอเชิญเพื่อนพ้องน้องพี่ร่วมงานพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน สตมวาร (ทำบุญ 100 วัน) นายศุขปรีดา พนมยงค์ ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ในวันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2554 โดยพิธีสงฆ์เริ่ม 09.30 น.เป็นต้นไป ส่วน 10.30 น. บรรยายธรรมเรื่อง พุทธสังคมนิยมกับสังคมไทยในยุคปัจจุบัน โดยพระไพศาล วิสาโล 13.30-16.30 น. เสวนากึ่งวิชาการหัวข้อ “หลากสายธารประชาธิปไตยไหลบรรจบ” โดย ภุชงค์ กันทาธรรม, ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ, ปรีดา ข้าวบ่อ, ตัวแทนกลุ่ม “นิติราษฎร์” - ปิยบุตร แสงกนกกุล และ ธิวัชร์ คำแก้ว ผู้ดำเนินรายการ ดร.อิทธิรุจน์ สุรเชษฐพงษ์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;0ในวันที่ 23 มกราคม เวลา 14.00 น.ที่ร้านโฟโต้ไฟล์ เซ็นทรัล พระราม 3 จะมีการเปิดตัวหนังสือภาพถ่ายสัตว์ป่าแห่งปีชื่อ "ลมหายใจใต้ร่มพระบารมี" ซึ่งเป็นผลงานการ&lt;strong&gt;ถ่ายภาพ&lt;/strong&gt;ของ วรรณชนก สุวรรณกร และ ณรงค์ สุวรรรงค์ สองนัก&lt;strong&gt;ถ่ายภาพ&lt;/strong&gt;สมัครเล่นที่หลงใหลเรื่องราวแห่งพงไพร และสัตว์ป่าในพื้นที่ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิ สำหรับนัก&lt;strong&gt;ถ่ายภาพ&lt;/strong&gt;ทั้งสองคนนี้เคยมีผลงานออกมาก่อนหน้านี้แล้ว 1 เล่ม ในชื่อ "เพื่อนไพรในภูเขียว" ...ส่วนหนังสือภาพถ่ายสัตว์ป่าเล่มล่าสุดนี้ ทำขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระชนมายุครบ 84 พรรษา ประกอบกับปีนี้ วรรณชนก สุวรรณกร ได้รับรางวัลชนะเลิศ การประกวดภาพถ่ายสัตว์ป่าของทรูคอร์ปอเรชั่น ร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ประจำปี 2553 นี้ด้วย จึงอยากจะเชิญชวนให้ทุกท่านที่สนใจการถ่ายรูปมาร่วมพูดคุยและชมฝีมือการ&lt;strong&gt;ถ่ายภาพ&lt;/strong&gt;กัน ใครสนใจสอบถามได้ที่ ที่วรรณชนก สุวรรณกร 087-9461461&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;0สำนักพิมพ์สุขภาพใจขอเชิญร่วมกิจกรรมสนทนาธรรม ร้อยคน ร้อยธรรม ร้อยห้าปีพุทธทาส ทุกวันเสาร์ เวลา 14.00 - 15.30 น. สวนโมกข์กรุงเทพฯ (หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ) เพื่อเรียนรู้ "ธรรม" ทั้งปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ แบบลัดสั้น ทันใจ สำหรับคนร่วมสมัยทั้งคนเด่น-คนดัง และคนธรรมดาสามัญที่มากด้วยประสบการณ์ชีวิต เปี่ยมด้วยข้อคิดและบทเรียน โดยวันเสาร์ที่ 22 ม.ค. 2554 เวลา 14.00 น. พบ ประชา หุตานุวัตร ผู้ที่เริ่มอ่านหนังสือท่านพุทธทาสตั้งแต่มัธยมฯ 4 ถึงกับเคยชวนเพื่อนหนีโรงเรียนไปสวนโมกข์ 10 วัน ได้พบและสนทนาธรรมตามประสาเด็กกับท่านอาจารย์ จวบจนตัดสินใจบวชและอยู่สวนโมกข์ในพรรษาที่ 6 (ปี 2523) และได้รับมอบหมายจากท่านอาจารย์พุทธทาสให้ไปดูแลสวนโมกข์เก่าพุมเรียง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา หนังสือพิมพ์คมชัดลึก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7841542159627982084-7087616735676878229?l=photopuncho.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://photopuncho.blogspot.com/feeds/7087616735676878229/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://photopuncho.blogspot.com/2011/01/2553.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7841542159627982084/posts/default/7087616735676878229'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7841542159627982084/posts/default/7087616735676878229'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://photopuncho.blogspot.com/2011/01/2553.html' title='รางวัลนราธิป2553'/><author><name>mazzo</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01773522765418581695</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7841542159627982084.post-4184337973417779465</id><published>2010-10-28T21:56:00.000-07:00</published><updated>2011-10-11T21:48:35.078-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ถ่ายภาพ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ถ่ายแบบ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ช่างภาพมือ'/><title type='text'>หน่อย ขอเลี้ยงลูกเต็มที่ ไม่พร้อมคืนวงการ</title><content type='html'>เป็นศรีภรรยาที่น่ารักเสมอสำหรับ หน่อย บุษกร วงศ์พัวพันธ์ เพราะตอนนี้เดินหน้าเลี้ยงลูกเต็มที่ โดยจะให้นมกับน้องจุน ลูกคนเล็กเอง แถมแอบเมาท์ น้องคุน มีหวงคุณพ่อ เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์ ส่วนเรื่องติดต่อถ่ายภาพครอบครัวนั้นมีบ้าง แต่เคนหวงลูก ด้านการแสดง ยอมรับคิดถึงละคร แต่ใจเป็นห่วงลูกมีมากกว่า&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หน่อยกล่าวว่า "ก็คิดถึง ติดตามดูละครที่คนอื่นเล่นตลอด" ตั้งแต่ แรมพิศวาส แล้วมีคนติดต่อมาอีกมั้ย "ก็มีนะ แต่เคนยังไม่ปล่อย ลูกยังเล็กด้วย" ต้องเลี้ยงน้องเต็มที่เลย "ใช่ เพราะหน่อยให้นมเอง ก็อยากจะอยู่กับเขา น้องคุนซึ่งตอนนี้อายุ 2 ขวบ กำลังทำตามว่าพ่อแม่ทำยังไง เขาซนมาก แล้วพูดเก่งมาก" น้องคุนเห็นน้องจุนแล้วมีท่าทียังไงบ้าง "เขาก็อยากเล่นกับน้อง เขาก็เข้ามาเล่น แต่เขาจะเล่นแบบไม่เป็ฯ ไม่รู้จังหวะ จะเล่นแรง บางทีก็กระโดดทับลงไปทั้งตัว เราก็ โอ๊ย ตายแล้ว เบาๆคุน แต่เขาอยากเล่น ก็มาหอมน้อง" แล้วมีท่าทีงอนที่คุณแม่ดูแลน้องจุนมั้ย   "ก็เคยเห็นเหมือนกันบางวันที่เราต้องอยู่กับน้องจุนตลอด เพราะต้องให้นม เขาก็เดินมามอง แล้วก็เดินไปเล่นอีกห้องนึงดีกว่า พอเราให้นมน้องจุนเสร็จก็จะไปหาน้องคุนเลย น้องจุนก็จะปล่อยให้ยายอุ้ม"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จะมีน้องคนที่สามต่อมั้ย "(หัวเราะ) ถามอะไรอย่างนั้น ยัง พอแล้ว" พาน้องไปเที่ยวที่กองถ่ายคุณพ่อบ้างหรือเปล่า "มีนะ เขาไปกอง "รหัสทรชน" เขาก็ไปถือวอของผู้กำกับแล้วก็สั่งคัตอะไรแบบนี้" จะมีถ่ายภาพแฟชั่นขี้นปกทั้งครอบครัวมั้ง "คงยังมั้ง เคนหวงลูก ก็เคยมีคนติดต่อมา ตอนนั้นน้องก็ยังเด็ก ยังสั่งอะไรไม่ได้ พอตอนนี้สั่งได้ ก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำตามคำสั่งหรือเปล่า กำลังต่อต้านนิดนึง" เวลาน้องคุนเห็นพ่อในทีวี เขาว่ายังไงบ้าง "น้องคุนไม่ค่อยดูทีวีนะ แต่เขาเคยดู "วิวาห์ว้าวุ่น" ที่เล่นกับชมพู่-อารยา แล้วชมพู่ซบพ่อ เขาก็จะเดินไปที่ทีวีแล้วบอก ถอยไป๊ ถอยไป ตลกดี เราก็นั่งขำๆ แต่เรื่อง 365 วันแห่งรัก เขายังไม่ได้ดู" เห็นแววพระเอกของน้องรึยัง "ยังไม่เห็นเลย ไม่รู้เหมือนกัน ส่วนเรื่องเห็นแม่ในทีวีนั้น เขาก็เคยเห็นเราในโฆษณา เขาจะบอก "แม่มาแล้ว" อีกนานแค่ไหน ถึงจะกลับวงการอีกครั้ง "ตอบไม่ได้จริงๆ ก็อยากเล่นละคร แต่ใจห่วงลูกมันมีมากกว่า ก็เอาเวลาให้ลูกก่อน เด็กวัย 1-3 ขวบ เป็นวัยที่กำลังซึมซับ น้องจุนเพิ่งจะ 3 เดือน เอง อีกนาน ซึ่งก็มีติดต่อมา แต่เราก็ปฏิเสธไปแล้ว"&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7841542159627982084-4184337973417779465?l=photopuncho.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://photopuncho.blogspot.com/feeds/4184337973417779465/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://photopuncho.blogspot.com/2010/10/blog-post_28.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7841542159627982084/posts/default/4184337973417779465'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7841542159627982084/posts/default/4184337973417779465'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://photopuncho.blogspot.com/2010/10/blog-post_28.html' title='หน่อย ขอเลี้ยงลูกเต็มที่ ไม่พร้อมคืนวงการ'/><author><name>mazzo</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01773522765418581695</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7841542159627982084.post-6092498518906268726</id><published>2010-10-25T14:31:00.001-07:00</published><updated>2011-10-11T21:48:50.113-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ถ่ายภาพ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ถ่ายแบบ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ช่างภาพมือ'/><title type='text'>Driving Tips ชมความงามแบบ Unseen ใต้หมู่เกาะทะเลกระบี่</title><content type='html'>เมื่อนึกถึงจังหวัดกระบี่ หลายคนจะนึกถึงธรรมชาติอันงดงามในแบบ Unseen แต่ในความเป็นจริงกระบี่ไม่ได้มีธรรมชาติแบบ Unseen แค่บนบกเท่านั้น ใต้ทะเลลึกในบรรดาหมู่เกาะต่างๆของกระบี่ยังมีความงดงามตระการน่าลงไปชื่นชมไม่แพ้ชายหาดบนเกาะกันเลยทีเดียว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับแหล่งดำน้ำชื่ดังของกระบี่นั้น สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ได้แก่ บริเวณหมู่เกาะพีพี และหมู่เกาะลันตา หมู่เกาะพีพีส่วนใหญ่เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงทางด้านหาดทรายขาวสะอาดให้เที่ยวเล่นน้ำถ่ายภาพแต่ในขณะเดียวกันด้วยความใสสะอาดของน้ำทะเลสีมรกตก็ทำให้กิจกรรมดำน้ำเป็นที่นิยมไม่น้อย โดยบริเวณหมู่เกาะพีพีมีจุดดำน้ำอยู่ที่อ่าวมาหยา อ่าวโละซามะ เกาะยูง และหินกลาง หากชื่นชอบการดำน้ำตื้นบริเวณอ่าวมาหยา และหินกลาง มีปะการังแข็ง และดอกไม้ทะเลให้ชม สำหรับนักดำน้ำแบบ Scube ก็ต้องไม่พลาดการไปชมที่อ่าวโละซามะ และเกาะยูง ซึ่งมีระดับความลึกอยู่ที่ 10-20 เมตร เบื้องลักษณะเป็นชะง่อนหินพบปะการังอ่อนขี้นมากมาย และบริเวณอ่าวโละซามะยังเหมาะสำหรับดำน้ำแบบ Night Dive ด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับจุดดำน้ำบริเวณหมู่เกาะลันตา ส่วนใหญ่นิยมไปหมู่เกาะห้าเกาะรอก หินแดง และหินม่วง หากชื่นชอบแหล่งดำน้ำลึกที่มีถ้ำสลับซับซ้อนให้ชมแบบตื่นเต้นหน่อยก็ต้องไปที่หมู่เกาะห้า ส่วนนักดำน้ำที่ชื่นชอบแนวปะการังสีสันสดใสก็ต้องไม่พลาดไดร์ฟที่บริเวณหินแดง หินม่วง สำหรับ Night Dive เกาะรอกคลื่นลมสงบนับเป็นจุดที่ดีที่สุด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หากไปชื่นชมทะเลแหวกแบบ Unseen กันมาแล้ว ก็ไม่ควรพลาดไปเที่ยวชื่นชมความงามแบบ Unseen ของใต้หมู่เกาะทะเลกระบี่กัน&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา นิตยสาร Places &amp; Prices&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7841542159627982084-6092498518906268726?l=photopuncho.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://photopuncho.blogspot.com/feeds/6092498518906268726/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://photopuncho.blogspot.com/2010/10/driving-tips-unseen.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7841542159627982084/posts/default/6092498518906268726'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7841542159627982084/posts/default/6092498518906268726'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://photopuncho.blogspot.com/2010/10/driving-tips-unseen.html' title='Driving Tips ชมความงามแบบ Unseen ใต้หมู่เกาะทะเลกระบี่'/><author><name>mazzo</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01773522765418581695</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7841542159627982084.post-7341014656335660997</id><published>2010-10-15T15:07:00.001-07:00</published><updated>2011-10-11T21:49:03.234-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ถ่ายภาพ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ถ่ายแบบ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ช่างภาพมือ'/><title type='text'>ท่องเที่ยวแดนเขมร</title><content type='html'>มนต์ขลังของปราสาทโบราณอย่างนครวัด-นครธมยังคงมีแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากชาติต่างๆเข้าไปชื่นชมและถ่ายภาพได้อย่างต่อเนื่อง มากบ้างน้อยบ้าง แล้วแต่สถานการณ์บ้านเมืองจะเอื้ออำนวยยกเว้นนักเสี่ยงโชคชาวไทยที่ไม่ค่อยครั่นคร้ามกับกระแสความขัดแย้งสักเท่าไหร่ เพราะไม่ว่าสถานการ์จะเป็นอย่างไร เงินไทยที่ไหลเวียนในบ่อนกาสิโนตามตะเข็บชายแดนไทย-กัมพูชาก็ยังคงเฟื่องฟูแบบไม่มีฟุบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นครวัด-นครธม ปราสาทตาพรหม ลานพระเจ้าขี้เรื้อน ลานช้าง..โบราณสถานยิ่งใหญ่ในยุคพระเจ้าสุริยวรมัน พระเจ้าชัยวรมัน ทำหน้าที่ได้ยิ่งใหญ่และสร้างความประทับใจให้คนมาเยี่ยมเยือนได้ไม่ต่างจากเดิมยกเว้นสถานที่บางแห่ง เช่น ประสาทนครวัด เพราะหากคุณฝันอยากไต่บันไดหินแหว่งวิ่นที่ทำมุมเกือบๆจะเกือบจะเก้าสิบองศาเพื่อขี้นไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนหอสูงที่เปรียบเหมือนศูนย์กลางของจักรวาลตามความเชื่อในสมัยโบราณของปราสาทนครวัดอีกครั้ง คุณจะฝันสลายเนื่องจากก่อนหน้านี้มีอุบัติเหตุนักท่องเที่ยวตกลงมาบาดเจ็บ (บางข่าวว่าถึงกับเสียชีวิต) เส้นทางนี้จึงถูกปิดนักแต่นั้นมา แม้แต่ภาพเศียรพระพุทธรูปที่ถูกปกคลุมไว้ด้วยรากไม้สะปงบริเวณ ปราะสาทตาพรหมที่นิตยสารต่างประเทศนำไปตีพิมพ์จนโด่งดัง บัดนี้ก็ไม่มีให้ชื่นชมอีกแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;แต่ที่อยู่ยั้งยืนยงเป็นภาพที่แยกไม่ออกกับสถานที่ท่องเที่ยวในเขมรคือ เด็กๆหน้าตามอมแมมที่วิ่งล้อมหลังนักท่องเที่ยวพร้อมกับของที่ระลึกนานาชนิด ส่วนใครที่ไม่มีของมาขายก็ขอเงินกันดื้อๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิวัฒนาการใหม่อีกอย่างหนึ่งของเด็กเขมรในการตาม (บริการ) นักท่องเที่ยวที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร คือการเสี่ยงมฤตยูด้วยการกระโดดจากเรือเล็กเข้าสู่เรือใหญ่ พร้อมตะกร้าใส่กระป๋องน้ำอัดลม เพื่อขายให้แก่นักท่องเที่ยวขณะกำลังนั่งเรือชมธรรมชาติอย่างเพลิดเพลินใน โตนเลสาบ ในราคา 2 ดอลลาร์ขาดตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา นิตยสาร Secret&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7841542159627982084-7341014656335660997?l=photopuncho.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://photopuncho.blogspot.com/feeds/7341014656335660997/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://photopuncho.blogspot.com/2010/10/blog-post_15.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7841542159627982084/posts/default/7341014656335660997'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7841542159627982084/posts/default/7341014656335660997'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://photopuncho.blogspot.com/2010/10/blog-post_15.html' title='ท่องเที่ยวแดนเขมร'/><author><name>mazzo</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01773522765418581695</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7841542159627982084.post-4540381147919001186</id><published>2010-10-10T14:09:00.000-07:00</published><updated>2011-10-11T21:49:15.476-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ถ่ายภาพ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ถ่ายแบบ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ช่างภาพมือ'/><title type='text'>ถ่ายภาพดอยตุง สถานที่ถ่ายภาพที่งดงาม</title><content type='html'>ขอแนะนำสถานที่ถ่ายภาพที่งดงามอีกที่หนึ่งคือ ดอยตุง ดอยตุงในอดีตทำไร่เลื่อนลอยกันจนภูเขาราบเป็นหน้ากลอง เมือสมเด็จย่าท่านทรงนำโครงการพัฒนาดอยตุง ส่งผลพลิกจากดอยหัวโล้น เป็นภูเขาน่าเที่ยว โดยเฉพาะสวนไม้ดอกเมืองหนาวที่ออกดอกตลอดปี นอกจากนั้นยังมีเส้นทางเชื่อมถึงพระธาตุดอยตุง สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง ฯลฯ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ด้วยความสูง 1,509 เมตร จากระดับน้ำทะเล อากาศบนดอยจึงเย็นสบาย และเป็นดอยที่มีถนนตัดขึ้นดอยที่ดีที่สุดก็ว่าได้ จุดแรกที่ต้องไปให้ได้คือพระตำหนัก ดอยตุง ซึ่งสมเด็จย่าเคยประทับอยู่ และไปเดินเล่นชมพรรณไม้ที่สวนแม่ฟ้าหลวง ว่ากันว่าในหนึ่งปีที่นี่มีไม้ดอกไม่ซ้ำกันเลย ปลูกตามฤดูกาล อย่าลืมแวะดื่มกาแฟดอยตุงที่นี่ด้วย จากนั้นเดินทางต่อไปเที่ยวพระธาตุดอยตุง นอกจากจะได้ชมพระธาตุสีทองอันเก่าแก่ อันเป็นที่มาของชื่อดอยตุง (ตุงคือธง) แล้ว วิวข้างพระธาตุยังสวยงาม จากนั้นต้องเดินทางต่อไปยังสวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง ห่างจากพระตำหนักดอยตุงไปประมาณ 7 กิโลเมตร ที่นี่นอกจากจะมีพรรณไม้เมืองหนาวมากมายแล้ว จุดส่องสามแคว้นนั้น สามารถชมวิวได้ถึงสามแคว้นสมชื่อ เห็นตั้งแต่ดอยแม่สลองไปถึงพม่า หันกลับมาอีกด้านเห็นผืนป่าประเทศลาวอีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนใหญ่จะเดินทางขี้นไปเที่ยวดอยตุง แบบเช้าขี้นเย็นลง ใช้เวลาหนึ่งวันกำลังดี แต่หากต้องการสัมผัสบรรยากาศทั้งกลางวันและกลางคืน มีที่พักคือบ้านพักมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงให้บริการ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา นิตยสาร Trips สุดยอดจุดชมวิว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7841542159627982084-4540381147919001186?l=photopuncho.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://photopuncho.blogspot.com/feeds/4540381147919001186/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://photopuncho.blogspot.com/2010/10/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7841542159627982084/posts/default/4540381147919001186'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7841542159627982084/posts/default/4540381147919001186'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://photopuncho.blogspot.com/2010/10/blog-post.html' title='ถ่ายภาพดอยตุง สถานที่ถ่ายภาพที่งดงาม'/><author><name>mazzo</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01773522765418581695</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7841542159627982084.post-537290528252035063</id><published>2010-09-29T15:18:00.000-07:00</published><updated>2011-10-11T21:49:28.197-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ถ่ายภาพ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ถ่ายแบบ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ช่างภาพมือ'/><title type='text'>สถานที่ถ่ายภาพ ดอยผ้าห่มปก</title><content type='html'>ดอยผ้าห่มปก จังหวัดเชียงใหม่เป็น อีกหนึ่งสถานที่ถ่ายภาพแนะนำ ความหมายของดอยผ้าห่มปกนั้น มาจากคำว่าฟ้าห่มปก หมายถึงว่าดอยนี้สูงเหลือเกิน เป็นลำดับ 2 รองจากอินทนนท์ 2,285 เมตรจากระดับน้ำทะเล นอกจากจะมีดอยที่สูงเสียดฟ้าแล้ว บ่อน้ำพุร้อนที่นี่ยังโดดเด่นไม่แพ้กัน สมัยก่อนน้ำพุร้อนดังกว่าดอย เพราะเป็นบ่อยิ่งใหญ่ไปง่าย รถถึง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เที่ยวอุทยานแห่งนี้ ในวันนี้จึงสัมผัสจุดเด่นได้ทั้งสอง เริ่มแรกไปบ่อน้ำพุร้อนแม่ฝาง มีควันขาวโพลนตลอดวันคืนมาไม่รู้กี่ปีแล้ว อุณหภูมิ 40-88 องศาเซลเซียส มีอยู่ด้วยกันหลายบ่อ ควันขาวๆพุ่งสูง 40-50 เมตรทีเดียว มีอ่างอาบน้ำแร่เพื่อสุขภาพให้บริการด้วย จุดเด่นที่สองคือยอดดอยผ้าห่มปก ต้องนั่งรถแรงดีไปเริ่มต้นเดินที่ม่อนกิ่วลม ไปถึงแล้วกางเต็นท์ บริเวณนี้ชมวิวได้สวยงามไม่น้อย ส่วนยอดดอยต้องเดินเท้าขี้นไป 3 กิโลเมตร ผ่านป่าโบราณ อันทึบจนมองไม่เห็นท้องฟ้า ครั้งพ้นขี้นความสูงสู่ยอด จะเห็นวิวสวย มองเห็นถนนบนสันเขาขนานไปกับแนวชายแดนไทย พม่า เรือนยอดผืนป่าเบื้องล่าง ในฤดูหนาวยังได้ชมทะเลหมอกที่มาพร้อมอาทิตย์ขี้นด้วย ถ้าอากาศดีจะเห็นยอดดอยอ่างขางทะลุเหนือเมฆให้เห็นด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ลงจากดอยแล้ว ยังมีน้ำตกสวยๆให้เที่ยว และต่อด้วยถ้ำห้วยบอนหากไม่รีบร้อนไปเที่ยวบ้านผาปู่หมื่น ดอยของมูเซอ ไปชมไร่เขา คุณอาจได้ของฝากจากที่นี่กลับบ้านไปด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา นิตยสาร Trips สุดยอดจุดชมวิวทั่วไทย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7841542159627982084-537290528252035063?l=photopuncho.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://photopuncho.blogspot.com/feeds/537290528252035063/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://photopuncho.blogspot.com/2010/09/blog-post_29.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7841542159627982084/posts/default/537290528252035063'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7841542159627982084/posts/default/537290528252035063'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://photopuncho.blogspot.com/2010/09/blog-post_29.html' title='สถานที่ถ่ายภาพ ดอยผ้าห่มปก'/><author><name>mazzo</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01773522765418581695</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7841542159627982084.post-5137310550374682293</id><published>2010-09-18T17:06:00.000-07:00</published><updated>2011-10-11T21:49:41.331-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ถ่ายภาพ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ถ่ายแบบ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ช่างภาพมือ'/><title type='text'>ม่อนครูบาใส</title><content type='html'>ม่อนครูบาใสเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะแก่การถ่ายภาพของช่างกล้องที่แสวงหาสถานที่บรรยากาศธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติแม่เมย เป็นต้นกำเนิดแม่น้ำเมย และลำน้ำสายเล็กๆอีกหลายสาย หากทวนสายน้ำขี้นสู่เขาสูง ยังจะพบว่ามีหลายดอยที่วิวสวย จนอาจกว่าวได้ว่าเป็นอุทยานฯ ที่มีดอยสวยมากที่สุดของจังหวัดตากก็ว่าได้ แต่ดอยที่สวยโดดเด่นกว่าเพื่อนคือดอยม่อนครูบาใส และม่อนกิ่วลม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สถานที่ท่องเที่ยวของอุทยานฯนี้ ส่วนใหญ่เป็นจุดชมวิวและน้ำตกส่วนใหญ่มีถนนเข้าถึง สำหรับจุดชมวิวทิวทัศน์มีอยู่หลายแห่ง เริ่มจากด้านหลังที่ทำการอุทยานฯ ชมวิวทะเลหมอกในช่วงฤดูหนาว มีเส้นทางเดินขึ้นไป และขับรถไปจากอุทยานฯ ไม่ไกลนักถึงจุดชมวิวม่อนกระทิง เนินเขาเตี้ยๆ แต่วิวสวย ชมทะเลหมอกได้อีกแห่ง บนถนนสายเดียวกันนี้ ยังไปถึงจุดชมวิวม่อนครูบาใน ห่างจากม่อนพูนสุดาเพียง 200 เมตร ชมพระอาทิตย์ขี้นก็ได้ ตกก็สวย ส่วนม่อนกิ่วลม นั้นเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขี้นที่สวยอีกแห่งหนึ่งบนเส้นทางสายแม่สลิดหลวง-แม่ระเมิง เห็นทะเลหมอกเบื้องล่าง และเห็นยอดเขาหลายยอดที่อยู่ต่ำกว่า อากาศเย็นสบายตลอดปี เพราะเป็นช่องเขาที่ลมพัดผ่าน เป็นทางเดินลม จนได้รับชื่อเรียกว่าเป็นกิ่วลม คือสถานที่ลมพัดผ่านตลอด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นอกจากจุดชมทิวทัศน์แล้ว ยังมีน้ำตกสวยอย่างน้ำตกแม่ระเมิง น้ำตกแม่สลิดน้อย น้ำตกชาวดอย และที่เด่นไม่แพ้จุดชมวิวเลยคือ ถ้ำแม่อุสุที่ได้ชื่อว่าลึกที่สุดในประเทศ ชมหินงอก หินย้อย เข้าได้เฉพาะช่วงแล้ง เพราะน้ำไหลเชี่ยวผ่านเข้าถ้ำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา นิตยสาร Trips สุดยอดจุดชมวิวทั่วไทย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7841542159627982084-5137310550374682293?l=photopuncho.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://photopuncho.blogspot.com/feeds/5137310550374682293/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://photopuncho.blogspot.com/2010/09/blog-post_18.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7841542159627982084/posts/default/5137310550374682293'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7841542159627982084/posts/default/5137310550374682293'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://photopuncho.blogspot.com/2010/09/blog-post_18.html' title='ม่อนครูบาใส'/><author><name>mazzo</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01773522765418581695</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7841542159627982084.post-2031883819763463271</id><published>2010-09-01T02:03:00.001-07:00</published><updated>2011-10-11T21:49:55.423-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ถ่ายภาพ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ถ่ายแบบ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ช่างภาพมือ'/><title type='text'>เว็บไซต์สอนถ่ายภาพเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง</title><content type='html'>การประกวดออกแบบเว็บไซต์ 2009 ( Web Design Contest Award 2009) ที่จัดขี้นโดยความร่วมมือของ 3 มหาวิทยาลัย ใน 3 ประเทศคือ มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว มหาวิทยาลัยฮอกไกโดอินฟอร์เมชั่น จากประเทศญี่ปุ่น และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี จากประเทศไทยได้ เสร็จสิ้นไปแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่า 3 เด็กหนุ่มจากประเทศไทยในนามทีม TO Training Camera จากรั้วมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)  ธัญบุรีสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศมาครองได้ โดยเอาชนะทีมที่เข้าร่วมแข่งขันอีก 17 ทีมได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;โดยน้องๆทีม TOA Training Camera มีสมาชิกประกอบด้วย "น้องออฟ" นายภควัต สุวรรณเขตต์ "น้องต้อง" นายภัทรธร ภู่พรายงาม และ "น้องอาร์ท" นายทวีชัย อัศวรังสิตแดง ทั้งหมดเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 โปรแกรมวิชาเทคโนโลยีมัลติมีเดีย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้องๆทั้งสามบอกว่า เว็บไซต์ที่ออกแบบคือเว็บไซต์การสอนถ่ายภาพ http://www.sci.rmutt.ac.th/webcontest2009/new%20folder/port_sci.html สร้างโดยใช้ แฟลช ซีเอส 4 ( Flash CS4) ซึ่งผู้เรียนสามารถมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างเรียน เพราะว่าแฟลชสามารถสร้างลูกเล่นได้มากมาย ซึ่งการที่เลือกออกแบบเว็บไซต์การสอนถ่ายภาพ เพราะว่า เคยได้เรียนการถ่ายภาพมาแล้วจึงต้องการจะถ่ายทอดเทคนิรที่ได้สัมผัสมาด้วนตนเอง ได้เคยลงมือปฏิบัติจริงก่อนที่จะออกมาเป็นรูปถ่าย 1 รูป นำเข้ามาไว้ในคอมพิวเตอร์ เพื่อความสะดวกสบายในการเรียนของคนทีสนใจในการถ่ายภาพ เพราะสามารถเข้ามาเรียนได้ทุกเวลา โดยเฉพาะคนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือสามารถเรียนผ่านเว็บไซต์ได้เลย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับจุดเด่นเว็บไซต์ คือการที่มีลูกเล่นหลากหลาย แบ่งเนื้อหาทั้งหมดออกเป็น 5 เรื่อง ประกอบไปด้วย 1 เบสิก ออฟ คาเมร่า (Basic of Camera) 2. ทูลส์ ออฟ คาเมร่า (Tools of Camera) 3. โหมด (Mode) 4. พรินซิเบิล ออฟ คาเมร่า (Principle of Camera) 5. เบสิกคอมโพสิชั่น (Basic Composition) โดยแต่ละเนื้อหาจะเรียงจากเนื้อหาที่ง่ายไปยาก ซึ่งคนที่ไม่มีพื้นฐานด้านการถ่ายภาพมาก่อนก็สามารถที่จะเรียนรู้ได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การทำงานของทีมจะมีการแบ่งงานกันทำเป็น 3 ส่วน ในส่วนที่เป็นเนื้อหา "น้องออฟ" จะเป็นผู้รับผิดชอบ ในส่วนด้านกราฟฟิก "น้องต้อง" เป็นผู้รับผิดชอบ และในส่วนของการเขียนเว็บ "น้องอาร์ท" เป็นผู้ลงมือทำ ซึ่งก็โชคดีที่ทุกคนในทีมจะมีความถนัดในเรื่องการออกแบบ จึงไม่ปัญหาในการทำงานเท่าไหร่ โดยปัญหาที่เจอคือเรื่องของเวลา เพราะทุกคนต้องเรียน จึงไม่มีเวลาเต็มีในการออกแบบ ส่วนใหญ่จึงอาศัยเวลาหลังเลิกเรียนในการทำ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;น้องๆทั้งสาม กล่าวต่อว่า ดีใจมากกับรางวัลที่ได้ในครั้งนี้ เพราะเป็นผลงานชิ้นแรก ซึ่งที่ผ่านมากไม่เคยส่งผลงานเข้าประกวดในเวทีไหนมาก่อน การเข้าแข่งขันในครั้งนี้ก็หวังเพียงประสบการณ์ไม่ได้หวังรางวัลอะไร ซึ่ก็ได้รับคำแนะนำจากคณะกรรมการ รวมถึงช่วยให้ได้รู้จักการทำงานเป็นทีม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ทั้งนี้การออกแบบเว็บไซต์มีโปรแกรมที่ใช้ในการออกแบบมากมาย ขี้นอยู่กับความสนใจ ความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคน ซึ่งบางคนก็ซื้อหนังสือมาอ่านเอง หรือว่าศึกษาจากเว็บไซต์ต่างๆซึ่งเมื่อทั้งสามมีความสนใจในการทำเว็บไซต์ก็อาศัยการศึกษาค้นคว้าตามหนังสือ หรือว่าในอินเทอร์เน็ตและหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมก็จะขอคำปรึกษาจากอาจารย์ผู้สอนสำหรับใครที่กำลังสนใจจะลองทำเว็บไซต์ด้วยตนเองก็ลองซื้อโปรแกรมมาศึกษาด้วยตนเองได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7841542159627982084-2031883819763463271?l=photopuncho.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://photopuncho.blogspot.com/feeds/2031883819763463271/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://photopuncho.blogspot.com/2010/09/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7841542159627982084/posts/default/2031883819763463271'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7841542159627982084/posts/default/2031883819763463271'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://photopuncho.blogspot.com/2010/09/blog-post.html' title='เว็บไซต์สอนถ่ายภาพเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง'/><author><name>mazzo</name><uri>http://www.blogger.com/profile/01773522765418581695</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
